วันพุธ, สิงหาคม 26, 2552

วิธีฝึกร้องเพลง / ร้องเพลงอย่างไรให้ไพเราะ




วิธีฝึกร้องเพลง / ร้องเพลงอย่างไรให้ไพเราะ






ผมเชื่อว่าหลายคนนั้นเกิดมาพร้อมกับเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน และมีหลายต่อหลายคนที่ร้องเพลงได้ดีทั้งๆที่ไม่ได้ฝึกฝนอะไรมากมาย อันนี้เขาเรียนกันว่าพรสวรรค์ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ร้องเพลงถึงขั้นไม่ได้เรื่องเลย และผมก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น ผมเลยอยากจะเอาความรู้ที่ผมได้ร่ำเรียนมาแนะนำให้ผู้ที่สนใจ การที่จะเรียนร้องเพลงก็ไม่ใช่เรื่องอยากเย็นอะไรขอเพียงมีความตั้งใจและฝึกฝนบ่อยๆ จะทำให้ขากรรไกร กล้ามเนื้อส่วนต่างๆจดจำวิธีการเปล่งเสียง ในการร้องเพลงโดยอัตโนมัติ เมื่อพร้อมแล้วก็ลุยกันเลย


ขั้นแรก ฝึกการหายใจ การหายใจในการร้องเพลงนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกกันอย่างจริงจัง เพราะถ้าหากหายใจไม่ถูกวิธีจะไม่สามารถเปล่งเสียงในบางคำออกมาได้ หรือเสียงไม่มีพลังและไม่สามารถที่จะร้องจบวรรคได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงมาฝึกการหายใจก่อนนะครับ
1. หายใจให้ลมเข้าทางปากและจมูกพร้อมกัน (หายใจเข้าให้ท้องพองออก ห้ามยกหน้าอกขึ้น หากยกหน้าอกขึ้นจะทำให้เสียงที่เปล่งออกมาไม่ทรงพลัง และจะทำให้เหนื่อยง่าย วิธีที่ถูกคือ ลมเข้าท้องพอง ลมออกท้องยุบ) เมื่อหายใจเข้าแล้วให้เก็บลมไว้ประมาณ 3 วินาที แล้วหายใจออก ให้ฝึกไปเรื่อยๆ เมื่อคล่องแล้วก็มาต่อกันเลย
2. ให้เอามือหนึ่งจับท้อง และอีกข้างจับใต้ซี่โครงซี่สุดท้าย แล้วหายใจเข้าให้เต็มปอด (ห้ามยกหน้าอกนะครับ ปอดให้ปอดดันกระบังลมลงไปข้างล่าง) เก็บลมไว้ 3 วินาที ค่อยๆปล่อยลมออกมาให้มีเสียงลม (เสียง ซี) ให้ได้ยาวที่สุดจนหมดลม หากจับเวลาจะเป็นการดีเพราะจะได้จดสถิติว่าในแต่ละครั้งทำได้นานเท่าไหร่ และเวลาที่ควรจะทำให้ได้คือ 20 วินาที ขึ้นไป ให้ฝึกบ่อยๆจนร่างกายเกิดความเคยชิน (ลมที่ปล่อยออกมาจะต้องนิ่งและเป็นลมเดียว)
3. เมื่อปล่อยลมออกมาให้นิ่งและนานได้แล้ว ก็มาฝึกแบบเป็นช่วงๆกันครับ การปล่อยลมเป็นช่วงเป็นการฝึกการเห็บลมหายใจเมื่อเปล่งเสียงออกมาเพื่อไม่ให้หมดลมก่อที่จะจบวรรคหายใจ ให้หายใจเข้าให้เต็มปอด ใช้ปากและจมูกดูดลมเข้าไปอย่างเต็มที่ (กินลมก้อนโตๆ) เก็บไว้ 3 วินาที ค่อยปล่อยลมออกมาเป็นช่วงๆ อย่างช้าๆ ( ปล่อยลมออก ซี่... ซี่... ซี่... ซี่... ซี่... ซี่... จนหมดลมก้อนนั้น ให้ใช้ลมหายใจเดียวนะครับ) ฝึกไปเรื่อยๆ จนคล่องนะครับ


ในการฝึกหายใจเพื่อใช้ในการร้องเพลงนั้นควรฝึกทุกวันครับ แต่ถ้าหากร่างกายเคยชินแล้วจะทำให้หายใจตามวิธีข้างต้นนี้เองอย่างอัตโนมัติ


ขั้นตอนที่ 2 ฝึกออกเสียง เมื่อหายใจถูกต้องแล้วก็มาฝึกการออกเสียงกันครับ
1. หายใจเข้า (กินลมก้อนโตๆ... อึบ) เก็บลมไว้ แล้วเปล่งเสียง “ อา………… ” จนหมดลมก้อนนั้น ฝึกจนเสี่ยงนิ่งเป็นลมเดียว
2. เมื่อฝึกจนได้แล้วก็ลองเปลี่ยนเป็นเสียงอื่น เช่น เอ....... / อือ...... / โอ...... / อู....... / ลา......
3. จากนั้นเราก็จะมาฝึกการไล่ บันไดเสียง โด เร มี ฟา ซอล ลา ที ดํ การไล่สเกลหลายคนคงเคยฝึกกันมาแล้ว และคงทราบว่าแต่ละตัวออกเสียงยังไง ให้ฝึกไล่ไปเรื่อยๆ จนสามารถจดจำว่า แต่ละตัวจะต้องออกเสียงระดับไหนและรูปปากเป็นอย่างไรโดยอัตโนมัติ จากนั้นให้เปลี่ยนจาก โด เร มี เป็นออกเสียงตัวเดียวและลมเดียว(ลมหายใจเดียว) เช่น เสียง “ อา” คือ ให้ไล่ สเกล (บันไดเสียง) โดยใช้คำว่า อา
4. ในการออกเสียงจะมีพยัญชนะ 3 ตัว ที่เสียงจะอยู่ที่โพรงจมูก หากออกเสียงถูกตำแหน่งจะทำให้เสียงที่เปล่งออกมา ก้องกังวาน พยัญชนะ 3 ตัวนั้น คือ ง น ม ให้ฝึกโดยใช้มือจับที่จมูกแล้วเปล่งเสียงพยัญชนะนั้นออกมา ถ้าหากว่าจมูกสั่นๆ นั่นแหละครับออกเสียงถูกต้องแล้วครับ หากใครยังหาตำแหน่งยังไม่เจอลองฝึกอย่างนี้ดู ให้เปล่งเสียงว่า “เงอะ” ช้าๆ นะครับ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็น “เนอะ” และ “เมอะ”


โทนเสียง (voice project)
มี 3 ระดับ คือ
- Chest voice คือเสียงที่อยู่ระดับหน้าอก หรือที่เรียกกันว่าเสียงต่ำ เมื่อใช้เสียงระดับนี้หน้าอกจะสั่น ให้ลองเอามือจับที่หน้าอกแล้วเปล่งเสียง “เออ...” (ทำเสียงคล้ายเสียงพระเอกหล่อๆ ทุ้มๆ) ถ้าหากหน้าอกสั่นๆ แสดงว่าถูกต้องแล้ว แต่ถ้าหากยังไม่ถูกให้พูดไปเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าใช่แล้วคือแบบนี้นี่เอง
- Middle voice คือเสียงที่อยู่บริเวณโพรงแก้มและใบหน้า หรือที่เรียกทั่วไปว่าเสียงระดับกลาง เมื่อใช้เสียงระดับนี้ให้เสียงอยู่ระดับใบหน้า เมื่อใช้เสียงระดับนี้เสียงจะกังวาน และถ้าหากอยู่บริเวณโพรงแก้มจะทำให้เกิดความไพเราะมากยิ่งขึ้น
- Head voice หรือที่เรียกกันว่าเสียง แม่มด คือเสียงสูง เสียงจะอยู่บริเวณกะโหลกศีรษะ เสียงที่เปล่งออกมาจะแหลมเหมือนเสียงแม่มด แต่เมื่อนำมาใช้ในการร้องเพลงจะเป็น “เสียงหลบ” (เสียงหลบ คือเสียงที่เปล่งออกมาไม่เต็มเสียง / ครึ่งหนึ่งของเสียง) ในการฝึก ให้พูดเหมือน แม่มด จากนั้นให้ทำเสียงแม่มดครึ่งเสียง








ฝึกการหายใจและการออกเสียงแล้วก็มาฝึกการร้องเพลง ให้เลือก เพลงที่ชอบมาหนึ่งเพลง เมื่อเลือกเพลงได้แล้วก็มาเริ่มกันเลย
1. ฟังเพลงนั้นซ้ำๆ จนสามารถจดจำ melody (จังหวะของเพลง) ได้ ซึ่งในแต่ละเพลงนั้น จะมี ท่อน A ท่อนB และท่อน Hook
2. แบ่งวรรคหายใจให้ถูกต้อง
3. ใช้ตำแหน่งเสียงให้ถูกต้อง (voice project)


ผมขอยกตัวอย่าง เช่น เพลง ขาหมู --Tattoo colour


ท่อน A /เกลียดละคร แต่ก็ดูมันทุกตอน/
เกลียดคนใจร้อน แต่ก็ชอบมวย/
เกลียดคนรวยนักชอบดูถูกฉัน แต่เมื่อคืนพึ่งฝันว่าถูกหวย/


B เกลียดใครจะได้เจอมันทุกวัน/
เกลียดคนผิดนัด แต่ฉันก็เคย/
เกลียดจังตอนแฮงค์ ปวดหัวตอนเช้า
ตกเย็นกินเหล้าไม่หยุดเลย/


C ชีวิตคนสับสนวุ่นวาย/
เพราะหัวใจมันคล้ายมีบางอย่าง/
ถึงฉันเกลียด แต่ฉันก็ต้องการ /ไม่ว่าใครๆ/


Hook 1 เกลียดความรักที่ทำให้เราต้องเสียใจ/
แต่ยังค้นยังคอยจะหามันเรื่อยไป/
เจ็บไม่จำ ทั้งๆ ที่รู้ / สุดท้ายที่รออยู่คืออะไร โอว์.../


Hook 2 เกลียดความรัก ที่ทำให้เราต้องร้องไห้/
แต่ยังเหงา ถ้าไม่มีเขาก็ไม่ได้/
อยู่คนเดียวมันยังไม่พอ/
ต้องขอใครสักคนเข้ามาทำ/
ให้ใจเจ็บช้ำ /ไม่เข้าใจ/


A2 เกลียดการพนัน แต่ก็เคยเป็นเจ้ามือ/
รำคาญมือถือ แต่ฉันก็มี/
เกลียดจังความอ้วน ใครๆ ก็รู้
แค่ยังสั่งขาหมูกินอยู่ดี/


B2 เกลียดการมองคนที่หน้าตา/
แต่พอเจอดาราขอลายเซ็น/
เกลียดคนยั้วเยี้ย / อึดอัดทุกครั้ง แต่ถ้าอยู่ในผับ ฉันก็ต้องเต้น




***Melody ท่อน A , B , A2 ,B2 เหมือนกัน
***Melody ท่อน Hook1 , Hook 2 เหมือนกัน


*** เครื่องหมาย / คือช่วงที่ต้องหายใจ พอถึงให้ดูดลมเข้าให้เต็มที่แต่อย่าให้เสียงดัง




ร้องเพลงอย่างไรให้เป็นเสียงตัวเอง (เนื้อเสียงที่แท้จริงของแต่ละคน)
คนเราแต่ละคนนั้นมีเนื้อเสียงที่แตกต่างกัน และเลนซ์เสียงที่แตกต่างกัน (การฝึกหาเลนซ์เสียงนั้นจะต้องมีตัวช่วย เช่น cd ที่สอนเรื่อง voice project หรือ ฝึกโดยการใช้ คีย์บอร์ด อันนี้เอาไว้ผมจะแนะนำให้อีกทีนะครับ) ส่วนการหาเนื้อเสียงนั้นสามารถทำได้ด้วยตัวเองง่ายๆ โดย มีวิธี ดังนี้
1. อ่านเนื้อเพลงเสียงดังๆ เต็มเสียง แต่อย่าตะโกนเพราะการตะโกนจะทำให้เส้นเสียงเสียหาย เกิดอาการเจ็บคอ
2. อ่านเนื้อเพลงเต็มเสียงและหายใจให้ตรงกับวรรคที่แบ่งไว้
3. ลองร้องเพลงทีละท่อน และฟังเสียงตัวเองว่าเหมือนกับเสียงที่อ่านหรือไม่ ถ้าหากเสียงไม่เหมือนกัน ให้อ่านทีละวรรค สลับกับร้อง ฝึกไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้ได้มาซึ่งเนื้อเสียงจริงๆ ของคุณเอง

---------------------------------------
Acting ท่าทางประกอบในการร้องเพลง
ในการร้องเพลงนั้น ลีลาท่าทางก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการที่ ตัวผู้ร้องนั้นจะแสดงออกมายังไงเพื่อสื่อออกมาให้ตรงความหมายของเพลงอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ความประหม่า ความตื่นเต้น เป็นสิ่งเลวร้ายที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อเกิดความตื่นเต้นขึ้นจะทำให้ทำอะไรไม่ถูก หรืออาจจะลืมเนื้อเพลงก็เป็นได้ การที่จะลดความตื่นเต้นได้นั้น สามารถทำได้โดยพยายามออกแสดงต่อผู้ชม ชั้นแรกอาจจะเริ่มจาดครอบครัวก่อน จากนั้นก็เป็นเพื่อนฝูง และต่อไปก็สารธารณะชน สิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากคือคำติชม ถึงแม้เราพยายามทำให้ดีและเราคิดว่าทำดีแล้วแต่ผู้อื่นมักจะเห็นข้อบกพร่องของเราเสมอ ดังนั้นหากได้การ คอมเม้น ในทางที่ไม่ดี เราก็ควรที่จะยอมรับและนำมาแก้ไขให้ดี อย่าไปโกรธผู้ที่แนะนำเรา


***ท่าทางที่แสดงออกมาทางด้านร่างกาย Body Language (ภาษากาย)
คือการใช้ร่างกายเพื่อสื่อความหมาย เช่น การวาดมือ การเต้น การโยกตัวต่างๆ (การแสดงออกทางร่างกายอาจเป็นลักษณะท่าทางเฉพาะบุคคล ยกตัวอย่างเช่น พี่แบงค์ วงแคลช พี่เขามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือท่ายื่นมือออกข้างหน้าเหมือนจะห้ามคนตีกัน (แซวเล่นนะครับ) หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ฝันอยากเป็นนักร้องและชอบพี่แบงค์มาก ทำท่าทางเลียนแบบเขา ครูที่สอนร้องเพลงบอกว่าไม่มีใครเอาหลอก หากเอาไปออกเทปก็โดนวิพากวิจารแน่นอน ไม่รุ่ง
ดังนั้นวิธีฝึกการใช้ร่างกายอย่างง่ายและเป็นธรรมชาติสามารถทำได้ดังนี้
** ยืนตรง กางขาออกประมาณช่วงไหล่ ปล่อยมือไว้ข้างลำตัว สะบัดหัวไหล่ไปมาเพื่อผ่อนคลายหัวไหล่
**สะบัดไหล่แล้วก็ check ขา (เขย่าขา)
**ใช้มือข้างใดข้างหนึ่งสื่อความหมายของคำออกมา เช่น หากคุณร้องเพลง “ฟ้า - - แทททู คัลเลอร์” คุณจะใช้มือสื่อความหมายอย่างไร ?
// ฟ้า ถ้าไม่ส่งมาให้เธอมีใจ // คำว่า “ฟ้า” ควรผายมือขึ้นข้างบน ส่วน “ถ้าไม่ส่งมาให้เธอมีใจ” ก็ควรลดมือลงมาแล้วแตะที่หัวใจ คือในการฝึกนั้นให้ฝึกจากเนื้อหา ความหมายของเพลง หรือฝึกที่ละประโยค เพื่อให้เกิดความเคยชินในการแสดงออกทางร่างกาย แต่ที่สำคัญการแสดงออกที่มากเกินไป Over Acting ไม่ใช่ผลดี จะทำให้ผู้ที่รับชมรับฟังรู้สึกเบื่อหน่าย ดังนั้นตัวผู้ร้องเองจะต้องรู้ว่าจะแสดงออกอย่างไร อันนี้มันต้องเรียนกับครูสอน Acting ถึงจะได้ผลดี แต่ที่ผมแนะนำไปก็ใช้ได้ดีครับ หากมีความตั้งใจที่จะฝึกฝน และผู้ฝึกต้องมีไหวพริบ และสามารถ create ท่าทางและเข้าใจความหมายของเพลง


***ท่าทางที่แสดงออกมาทางสายตา Eye contract
คือการใช้สายตาสื่ออารมณ์และความหมายของเพลง ดั่งที่ว่า “ ดวงตาเปรียบเหมือนหน้าต่างของหัวใจ” การใช้สายตานั้นต้องให้สอดคล้องกับท่าทางของร่างกายด้วย วิธีการฝึกใช้ Eye contract นั้นทำได้โดย
**ยืนตรงกางขาออกประมาณช่วงไหล่ หน้าตรง
**ใช้มือข้างใดข้างหนึ่งจับที่ปลายจมูก และจ้องที่มือเอาไว้
**ค่อยๆ ดึงมือออกจากจมูก สายตายังคงจ้องที่มืออยู่ ให้คิดเสมือนว่ามือคุณดึงดินสอออกจากจมูก และคุณก็จ้องดินสอนั้นไว้
**ค่อยๆ ดึงออกจนแขนตึง จากนั้นให้วาดมือ ไปทางขวาอย่างช้าๆ ตาจ้องอยู่ที่ดินสอแท่งนั้นอยู่ วาดไปจนสุดแขน โดยที่หน้ายังตรงไม่หันไปตามมือ แต่ให้ใช้สายตามองไปเพียงอย่างเดียว จากนั้นให้วาดมือกลับมาอย่างช้าๆ หยุดตรงหน้าสัก 5 วินาที เพื่อพักสายตา
**วาดมือออกไปทางซ้าย ตาจ้องที่ดินสอ หน้าตรง ให้สายตาจ้องไปอย่างเดียว แล้วดึงมือกลับมา ทำอย่างนี้สลับซ้าย-ชวา สัก 10 รอบ
การที่จะร้องเพลงไหนควรเข้าใจความหมายของเพลงนั้นๆ ซะก่อน ว่าความหมายของเพลงสื่อถึงอะไร เมื่อเข้าใจความหมายแล้วก็ให้คิดท่าทางที่จะแสดงออกมา ว่าจะแสดงอาการอย่างไรให้คนดูรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของเพลง แต่จะทำให้คนอื่นอินตามเพลงนั้นผู้ร้องเพลงจะต้องเข้าถึงอารมณ์ของเพลง

ทำอย่างไรถึงจะเข้าถึงอารมณ์ของเพลง ???
การเข้าถึงอารมณ์ของเพลงนั้นให้ ตีความหมายของเพลงนั้นก่อน แล้วก็ฝึกแสดงท่าทางออกมา ตัวอย่างเช่น
****เพลง ฝุ่น ของพี่แด็กส์ Big ass หากใครได้ดูมิวสิควีดีโอ ก็จะเห็นว่าพี่เค้าร้องไห้ออกมาด้วย และหลายๆคนรู้สึกได้ถึงความเสียใจที่พี่เขาแสดงออกมา และเมื่อผมฟังเพลงนี้อย่างตั้งใจเพียงลำพังคนเดียว ผมน้ำตาซึมทุกที
เพลง ฝุ่น ใช้การร้องแบบ ..... (ภาษาที่ครูเขาใช้ผมจำไม่ได้ครับ) ที่เรียกกันง่ายๆ คือ ใช้เสียงสะอื้น (เสียงสะอื้นในที่นี้หมายความว่า เสียงของคนที่กำลังร้องไห้ ) แต่ต้องพยายามควบคุมอารมณ์ให้ดีนะครับ หากร้องไห้ออกมาจะทำให้ร้องเพลงไม้ได้ (เปล่งเสียงไม่ได้ )
****เพลง รักแท้ยังไง - พี่น้ำชา ความหมายของเพลงนี้ ก็เป็นคนที่ไม่รู้จักความรัก และอยากรู้ว่ามันเป็นอย่างไร / อารมณ์สดใส ร่าเริง ใน MV จะเห็นว่าพี่เค้าเต้นอย่างเต็มที่เลยใช่เปล่าล่ะ แล้วรู้ไหมว่าทำไมถึงต้องเต้นแรงขนาดนี้ เพื่อที่ให้เข้ากับเสียงร้อง และให้คำร้องที่ออกมาสดใสร่าเริง (แบบว่า แอ๊บแบ๊ว)

การแสดงอารมณ์ของเพลงนั้นให้คิดว่าเนื้อหาในบทเพลงนั้นเกิดกับเราขณะนั้นจริงๆ แล้วอารมณ์เหล่านั้นก็จะมาเองครับ และหากยังทำไม่ได้ก็ให้ฝึกแสดงละคร ฝึกร้องให้ ดีใจ เสียใจ ฝึกแสดงอาการต่างๆ ให้ออกมาอย่างชัดเจน เมื่อฝึกไปในระดับหนึ่งแล้ว ก็ลองเอาความรู้สึกเหล่านั้นมาใส่ในบทเพลง เพียงเท่านี้คุณก็จะเป็นผู้ที่สามารถพาคนฟังเข้าถึงอารมณ์ของบทเพลงนั้นๆ (อิน กะ เพลง) สู้ๆๆ
***เคยดูรายการ เดอะ สตาร์ หรือ อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย หรือไม่ เขาจะมีการฝึกการแสดงละครด้วย การฝึกละครเพื่อที่จะให้ผู้เข้าแข่งขันฝึกแสดงอารมณ์ท่าทาง ว่า เสียใจควรทำอย่างไร รักทำอย่างไร ดีใจทำอย่างไร เพื่อให้นำมาใช้ในการสื่ออารมณ์ของเพลง

Eye Contract สำคัญอย่างไร ?
การแสดงอารมณ์นั้น eye contract นั้นเป็นสิ่งทีสำคัญอย่างยิ่ง เพราะดวงตาเปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจ เคยไหมหากคุยกับใครแล้วเข้าไม่หันมา ทำให้เราไม่อยากคุยกับเขาต่อ การร้องเพลงก็เหมือนกันกับเราคุยอยู่กับผู้ฟังเราจะต้องสบตาเพื่อให้เขารู้สึกว่าเราคุยอยู่กับเขา หากเกิดความตื่นเต้น สายตาไม่นิ่ง (ความตื่นเต้น ประหม่า ทำให้กระพริบตาถี่ขึ้น) ให้หาจุดรวมสายตา เมื่อกลับสู่ภาวะปกติแล้วก็คอยกวาดสายตาให้ทั่วอย่างช้าๆ เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าเราคุยกะเค้า


เทคนิคการฝึกเสียงให้นิ่ง / ไม่สั่น
วันก่อนผมพึ่งไปเรียนมาครูได้สอนเรื่องวิธีการฝึกให้เสียงนิ่งขณะที่เราเต้น หรือโยกตัว เพื่อใช้ในการร้องเพลงที่มีจังหวะแรงและจังหวะเร็ว โดยมีวิธีการฝึกดังนี้

1 . กระโดดตบพร้อมเปล่งเสียง หลายคนที่เวลากระโดดแล้วร้องเพลงเสียงจะเป็นคลื่น(ที่ไม่ใช่มืออาชีพนะครับ) และเสียงหายเป็นช่วงๆ แต่ทำอย่างไรให้เสียงคงที่เมื่อต้องกระโดดพร้อมร้องเพลง สามารถ ฝึกได้ครับ คือเวลาเรากระโดตบนั้นเราจะต้องฝึกการควบคุมอวัยวะท่อนบน(ตั้งแต่เอวขึ้นไป) ไม่ให้ขยับมากเกินไปจนเสียงสั่น แต่ไม่ใช่การเกรงส่วนบน เป็นการฝึกผ่อนคลาย
**ออกเสียง อา........... พร้อมกระโดดตบ (ใช้ลมเดียวนะครับ แล้วก็เริ่มใหม่ไปเรื่อยๆ ซัก 4 – 5 ครั้ง /มากกว่านั้นก็ได้ครับ)
**ออกเสียง อู............. พร้อมกระโดดตบ (ใช้ลมเดียวนะครับ แล้วก็เริ่มใหม่ไปเรื่อยๆ ซัก 4 – 5 ครั้ง /มากกว่านั้นก็ได้ครับ)
**ออกเสียง เออ..........
**ออกเสียง ออ...........
**ออกเสียง เอ.............
**ออกเสียง อี..............
**ออกเสียง อือ............
**ออกเสียง โอ...........

2. วิ่งพร้อมเปล่งเสียง เป็นธรรมดาคนเราถ้าวิ่งหรือกระโดดเสียงต้องสั่นแน่นนอน แต่เราต้องฝึกเพื่อไม่ให้เสียงของเราสั่น ให้ควบคุมอวัยวะท่อนบนเหมือนข้อแรกครับ เริ่มจากวิ่งช้าๆ ค่อยๆ วิ่ง พร้อมออกเสียงตามข้อแรก และให้เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนมาสามารถจะเร็วได้ แต่เสียงที่เปล่งออกมาจะต้องให้คงที่เท่าเดิม ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ หรือประมาณซัก 10 ครั้ง
3. การทำ skip หรือการสไลด์ไปข้างๆพร้อมเปล่งเสียง ใช้หลักการเดียวกันคือการควบคุมอวัยวะท่อนบน

การฝึก 3 อย่างนี้ทำให้เสียงนิ่งหรือเสียงสั่นน้อยลงได้จริงๆ และถ้าหากฝึกบ่อยๆ ละก็เสียงสั่นก็จะหายใจ หากคุณเคยดูรายการ The star หรือ Academy fantasia แล้วละก็ จะเห็นว่า commenter มักจะบอกผู้เข้าแข่งขันว่า ให้ไปออกกำลังกายเพื่อที่จะได้ไม่หอบเวลาร้องเพลง การฝึก 3 อย่างนี้ก็เป็นการฝึกง่ายๆ ที่ได้ทั้งการออกกำลังกาย การออกเสียงที่ชัดเจน
ผมขอบอกไว้เลยนะครับการฝึก 3 อย่างนี้เหนื่อยมากๆ แต่อย่าเลิกฝึกนะครับ พอเราเริ่มชินก็จะไม่รู้สึกเหนื่อยเลย และหายใครท้อมากไม่เอาแล้วผมก็ขอให้คุณหันไปมองความฝันของคุณว่าคุณจะพยายามตะกายเพื่อให้ไปถึงหรือเปล่า



**** จงจำไว้ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”****

-----เทคนิคต่างๆ เอาไว้ผมจะแนะนำให้ครั้งต่อไป อดใจรอไม่นานครับ----

61 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ18 เมษายน 2553 23:25

    ขอวิธีทำให้เสียงกังวาน เสียงก้อง เขาฝึกกันยังไง

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ไม่ระบุชื่อ25 ตุลาคม 2555 11:47

      ทำเสียงให้ตํ่า เปล่งเสียงออกมาให้หมด

      จากมะนาวคะ

      ลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ15 พฤษภาคม 2553 10:10

    จะรองฝึกดูนะค๊ะ

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ24 พฤษภาคม 2553 21:13

    เป็ฯบทความที่ดีมากๆครับ

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ23 มิถุนายน 2553 17:29

    อยากเสียงเหมือน fx อะ ฮือ ฮือ ใครมีวิธีบอกหน่อย น๊า~พลีส
    (ขอร้องสุดตัว)

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ23 มิถุนายน 2553 17:29

    อยากเสียงเหมือนหวายอะ 55

    ตอบลบ
  6. อยากจะบอกว่าเสียงนั้นมันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคลก็ว่าได้ครับ
    หากเราไปเลียนเสียงคนอื่น หรือลอกเลัยนแบบเขามา ถึงแม้จะเก่งแค่ไหน ก็เป็นได้แค่ที่ 2 ไม่อาจเป็นอันดับหนึ่งได้ มันจะทำให้ตัวเรามีข้อเปรียบเทียบ

    แนะนำให้ร้องเพลงให้เป็นเสียงของตัวเอง แต่อาจจะร้องตามสไตล์หรือตามแบบของนักร้องที่ชอบ คือ เอาวิธีการร้องมาปรับใช้กับเนื้อเสียงเรา

    เป็นตัวเองดีที่สุดครับ สู้ๆ

    อยากให้แนะนำอะไรถามมาได้เลยครับ ช่วยเต็มที่

    ตอบลบ
  7. ไม่ระบุชื่อ2 สิงหาคม 2553 19:37

    ฝึกร้องเพลงอยู่ค่ะ พอร้องได้นิดหน่อย แต่มีปัญหาเรื่องเสียงสูงขึ้นทีไรเสียงมันจะแขวะ ประจำ พยายามฝึกอยู่ค่ะ ยังไงก็ขอบคุณบทความดีๆมากเลยนะคะ ช่วยได้มากเลย ^^

    ตอบลบ
  8. ขึ้นเสียงสูงแล้วแขวะ สาเหตุเกิดจากใช้ตำแหน่งในการออกเสียงไม่ถูกต้องครับ คุณอาจจะใช้ตำแหน่งเสียงที่ลำคอ อันที่จริงต้องใช้เสียง middle 2 หรือ head voice อ่ะครับ

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ24 พฤศจิกายน 2553 21:11

    สุดยอดมากครับ ขอบคุณมากๆครับ ผมมีปัญหา เวลาร้องแล้ว เสียงไม่ค่อยนิ่งอะครับ ลมก็หมดเร็ว T T ถ้ายังไงก็ช่วยหน่อยนะครับ

    ตอบลบ
  10. จะว่าไปแล้วผมก็ไม่ต่างกับคุณมากเท่าไหร่หรอก แต่เมื่อฟิวมา สติสตังค์อยู่กับเพลง เข้าถึงอารมณ์เพลง มันจะช่วยได้มาก

    ส่วนเรื่องการฝึกให้เสียนิ่ง ก็อย่าที่บอกข้างบนนั่นแหละครับ ฝึกบ่อยๆ ฝึกทุกวัน วันละน้อยก็ได้ บางทีเดินๆ อยู่ก็ฝึกได้ ทำงานอยู่ก็ฝึกได้ คือการฝึกลม เติมลมเข้าไปให้เต็มปอด (ทางปาก 70 จมูก 30 เปอร์เซ็นต์ ) แล้วกลั้นลมไว้ 3 วิ จากนั้นค่อยๆ ปล่อยออกมา เป็นเสียง " ซี่ " พยายามควบคุมไม่ให้ลมขาดช่วง และให้ได้นานสัก 20 วินาทีขึ้นไปจะดี แต่ช่วงแรกอาจจะไม่ถึงก็ฝึกไปเรื่อยๆ มันจะช่วยให้เก็บลมได้ดีขึ้น

    ตอบลบ
  11. ไม่ระบุชื่อ25 กุมภาพันธ์ 2554 05:23

    ขอบคุณค่ะ...

    เป็นคำแนะนำที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ...

    ตอบลบ
  12. ไม่ระบุชื่อ18 มีนาคม 2554 21:04

    ขอบคุนมากๆ ครับมีประโยชน์มากๆเลย

    ตอบลบ
  13. ไม่ระบุชื่อ31 สิงหาคม 2554 03:03

    ชอบมากคะ อยากลองเพลง bleeding love แต่เสียงหายทุกทีเวลาเป็นเียงสูง
    ไม่เข้าใจเสียงแม่มดเป็นไงคะ

    ตอบลบ
  14. ไม่ระบุชื่อ31 สิงหาคม 2554 18:06

    มีคนบอกว่าหนูร้องเพลงไม่เต็มเสียงค่ะ
    ต้องทำยังไงคะ ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ

    ตอบลบ
  15. ไม่ระบุชื่อ6 กันยายน 2554 10:51

    ทำอย่างไร ร้องเพลงไม่ได้เลย ไม่เข้าจังหวะ และไปไม่ได้กับดนตรี

    ตอบลบ
  16. ไม่ระบุชื่อ15 ตุลาคม 2554 22:28

    อยากรู้ว่าเวลาเราไปแข่งร้องเพลงอ่ะค่ะท่าเต้นคิดเองหรือจำเป็นต้องลอกมาค่ะ

    ตอบลบ
  17. ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...
    มีคนบอกว่าหนูร้องเพลงไม่เต็มเสียงค่ะ
    ต้องทำยังไงคะ ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ
    31 สิงหาคม 2554, 18:06

    +++ ให้ฝึกอ่านเต็มเสียง เสียงดังฟังชัดเจน อักขระถูกต้อง ฝึกอ่านซ้ำๆ พอคล่องแล้ว ก็ใส่ทำนองและอารมณ์เข้าไป ต้องฝึกกันบ่อยๆ ครับ...

    ____________________________________
    ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...
    ทำอย่างไร ร้องเพลงไม่ได้เลย ไม่เข้าจังหวะ และไปไม่ได้กับดนตรี
    6 กันยายน 2554, 10:51

    +++ ใหัฟังต้นฉบับ จำจังหวะและเมโลดี้ ให้ขึ้นใจ ใช้เท้าตบพื้นนับจังหวะด้วยก็ดีครับ เคล็ดลับ พยายามเข้าถึงอารมณ์ของเพลงให้ได้ หากทำได้แล้วแม้คุณจะร้องคล่อมหรือเกินจังหวะไปบ้างมันก็สามารถลื่นไหลได้
    _______________________________________
    ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...
    อยากรู้ว่าเวลาเราไปแข่งร้องเพลงอ่ะค่ะท่าเต้นคิดเองหรือจำเป็นต้องลอกมาค่ะ
    15 ตุลาคม 2554, 22:28

    แล้วแต่ครับ อาจจะ cover หรือ ผสมผสานท่าใหม่ๆที่เราคิดเองเข้าไปก็ได้ จำไว้ว่าเราแข่งร้องเพลงไม่ได้แข่งเต้น คุณควรฝึกให้การร้องเพลงของคุณให้มีข้อผิดพลาดน้อยที่สุด อย่าไปกังวนกับท่าเต้นมาก พยายามให้การร้องกับการเต้นมันสัมพันธ์กันเพื่อสื่ออารมณ์ไปยังผู้ฟังให้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

    ตอบลบ
  18. ไม่ระบุชื่อ13 มกราคม 2555 21:40

    ขอบคุณมากค่ะ

    ตอบลบ
  19. ไม่ระบุชื่อ11 กุมภาพันธ์ 2555 04:47

    Top ten to u นายแน่มั่กๆ

    ตอบลบ
  20. ผมก็นักเรียนฝึกหัดครับ ไม่ได้เก่งอะไร แค่มีอะไรก็อยากแบ่งปันกันไปครับ

    ตอบลบ
  21. พี่ครับอยากร้องเสียงสูงแล้วกังวาลตอนจบเพลงต้องทำยังไงคับ?

    ตอบลบ
  22. ไม่ระบุชื่อ21 กรกฎาคม 2555 20:51

    ชอบเพลงลูกทุ่งมากๆครับ แต่ไม่กล้าไปประกวด

    ตอบลบ
  23. ไม่ระบุชื่อ22 กรกฎาคม 2555 11:56

    ขอบคุณคัป จะขยันฝึกให้มากๆ

    ตอบลบ
  24. ไม่ระบุชื่อ14 สิงหาคม 2555 17:02

    ร้องเป็นทำนองเพลงแล้ว ทำไมผมชอบปวดหัว หรือว่าผมร้องไม่ธรรมชาติ ร้องแล้วใจจะขาด ร้องไม่สุดเพลง ก็เซ็งเหมือนกันผม ทำให้ไม่กล้าร้องเพลงโอเกะ ต่อหน้าเพื่อนเลย หลงคีตลอด

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ร้องเพลงแล้วปวดหัว น่าจะเป็นตอนใช้เสียงสูง (เสียงเฮดโทน) ใช่ไหมครับ แนะนำให้ไปฝึกการใช้เสียงเฮดโทน ในเพลงนั้นเสียงสูงมีทั้งเสียงเต็มและเสียงหลบ ให้ฟังต้นฉบับเรื่องการใช้ช่องเสียงในการร้อง ฟังซ้ำๆ แล้วร้องตาม เมื่อสามารถจดจำได้แล้วก็มาฝึกร้องโดยไม่มีดนตรี

      ร้งเพลงแล้วใจจะขาด เกิดจากการแบ่งวรรค/ตอน ในการหายใจไม่ถูกต้อง ให้ฝึกเรื่องการหายใจตามที่แนะนำไว้ข้างบน แบ่งเนื้อร้องในการหายใจให้ถูกวรรคถูกตอน

      ร้องไม่สุดเพลง น่าจะหมายถึงร้องไม่จบเพลงนะครับ แนะนำให้ฝึกพื้นฐานให้ดีก่อน อย่าไปข้ามขั้น ผมหมายถึงว่าให้รู้จักประมาณตน ร้องตามที่เราสามารถร้องเพลงนั้นได้ ไม่จำเป็นต้องลูกคอสิบชั้น เอาให้ฟังสบายๆ ก็ดีแล้วครับ

      หลงคีย์ / ผิดคีย์ ให้ฝึกไล่สเกล (โด เร มี ฟา ซอล ... ) เป็นการฝึกเพื่อให้แม่นโน้ต จำเป็นมากครับอย่ามองข้าม ใช้วอร์มอัพ ก่อนร้องเพลงก็ได้ครับ

      ต้องฝึกพื้นฐานก่อนนะครับ ผมแนะนำให้ไปหาใน YouTube คีย์เวิร์ด "สอนร้องเพลง" เข้าไปหาดูครับ จะได้เข้าใจอะไรมากขึ้น และฝึกไปกับเขาเลย ...

      ลบ
    2. ร้องหลบเสียงร้องยังไงหรอค่ะ แล้ว
      เป็นยังไง มันต้องร้องแบบไหน และ
      มันคืออะไรอ่ะค่ะ แล้วเราจะรู้ได้ไงอ่ะ
      ค่ะว่าเสียงเราอยู่คีย์อะไร ตอบหน่อยนะค่ะ

      ลบ
  25. ขอโทดนะครับที่ผมถาม แต่ตอนนี้ผมกำลังฝึกทำบล็อกของตัวเองอยู่อ่ะครับ แต่ผมทำยังไม่ค่อยเป็นเลยอ่ะ ผมอยากถามพี่ว่า.. "ที่ตรงหัวข้อด้านขวามือบนสุด" ที่เขียนว่า.. "ผู้ติดตาม" และมีปุ่มสีฟ้าๆ ที่ให้คลิ๊กเข้าร่วมเว็บไซต์นี้ได้ มันทำยังไงอ่ะครับ ถึงจะมีโชว์ขึ้นมาให้เราเห็น งงมาก
    ช่วยตอบผมทีนะครับ ผมอยากทำเป็นกับคนอื่นเขาบ้างครับ ขอบคุณล่วงหน้านะครับที่ช่วยตอบ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. Log in เข้า blogger เลือกตั้งค่ารูปแบบ คลิกที่เพิ่ม Gadget แล้วคลิกเลือก ผู้ติดตาม คลิกที่ + ตั้งค่า เสร็จแล้วคลิกตกลง

      กลับมาที่หน้ารูปแบบ จัดวางเกดเก็ตตามตำแหน่งที่ต้องการครับ

      ลบ
    2. ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ ที่ช่วยเหลือ ผมทำได้แล้วครับ แต่ถ้าคราวหน้าผมมีอะไรสงสัย เดี๋ยวผมจะมาสอบถามใหม่นะครับ ขอบคุณอีกครั้งครับ

      ลบ
  26. ไม่ระบุชื่อ13 กันยายน 2555 01:41

    ทำยังไงคับร้องเพลงไปชัก2-3เพลงก็เจ็บคอชะแล้ว

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ก็ใช้ช่องเสียงไม่ถูกต้องเลยเจ็บคอ แนะนำให้ฝึก voice project ค้นหาตัวอย่างใน youtube แล้วลองฝึกดูครับ

      ลบ
  27. ไม่ระบุชื่อ6 ตุลาคม 2555 02:02

    โอ้โห สุดยอดครับ ผมเป็นคนชอบร้องเพลงมาก
    ผมเข้าใจโทนแล้วก็คีย์ของดนตรีหมดเลยครับ
    คือร้องเสียงไม่เพี้ยนอะครับ
    แต่ว่าผมเป็นคนใช้เสียงร้องเพลงไม่เป็น
    ร้องไปเหมือนใจแทบขายพอขึ้นเสียงสูงนี่แทบตาย
    ไม่รู้ว่ามีวิธีทำให้เสียงสูงได้ไหม .....
    แต่ผมจะพยายามฝึกตามข้างต้น ตั้งแต่บัดนี้ไป
    ทำอะไรก็จะหายใจแบบนั้น เลยครับ
    แล้วการว่ายน้ำมันช่วยให้ปอดใหญ่ขึ้นจริงไหมครับ

    ตอบลบ
  28. ไม่ระบุชื่อ22 ตุลาคม 2555 00:43

    ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
  29. หนูขอเอาบทความของพี่ไปตีพิมพ์เป็นหนังสือทาง Pover Point เป็นการบ้าน อาชีพที่ฉันอยากเป็นพร้อมวิธีฝึกนะค่ะ มันเป็นการบ้านสังคมให้บอกาชีพที่อยากเป็นพร้อมกับบอกวิธีฝึกอ่ะค่ะ

    ตอบลบ
  30. ไม่ระบุชื่อ18 มกราคม 2556 10:51

    ขอบคุณมากค่ะ ชอบร้องเพลงเหมือนกัน แต่ร้องไม่ดี 555+ กำลังฝึก

    ตอบลบ
  31. ไม่ระบุชื่อ6 มีนาคม 2556 18:14

    ผมร้องพลงได้ถูกจังหวะคับ แต่ฟังดีดี จะรู้ว่าเสียงไม่นิ่ง คิดว่าเกิดจากการใช้เสียงไม่เป็นครับเสียงสูงก็ไม่ผ่านครับ ไปไม่รอด ต้องขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำดีดีครับ จะพยายามฝึกฝน ตามคำแนะนำครับ อยากจะร้องให้ได้เนียนที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ครับ อยากร้องแล้วแบบว่าคนที่ได้ยินต้องหยุดฟังอะครับ

    ตอบลบ
  32. ขอบคุนมากเลยครับ กำลัง ฝึกอยู่ครับ มีประโยชน์มากจริงๆ ขอบคุนมากจริงๆครับ ถ้าได้ความรู้อีกครับ ผมจะติดตามละกันน๊ะครับ ขอบคุนมากครับ

    ตอบลบ
  33. นี่พี่ ครับๆ ผมอยากจะฝึก ให้เสียงมันสั่นๆอะ ที่เวลาร้อง แล้วทำเสียงสั่นๆ ก้องๆ อะครับ เค้าเรียกว่าอะไร แล้ววิธีฝึกยังไงครับ ช่วยบอกหน่อยนะค๊าบ ^_^

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ต้องการฝึกลูกคอ ใช่ไหมครับ มันมีสั่นแบบตามอารมย์ของเพลงเช่นเพลงฝุ่น ร้องเหมือนจะร้องไห้ ผมเรียกว่า เสียงสะอื้น (ผมตั้งเองนะ คนอื่นเขาเรียกยังไงผมก็ไม่ทราบ)
      ผมขอเดาว่าเป็นลูกคอก็แล้วกันนะครับ... น้องลองพูดคำว่า เธอ...................... (ลากเสียงยาวจนสุดลมหายใจ) รอบที่2 พูดคำว่า เธอ.... แบบเดิมอีก ตอนที่กำลังพูดเอามือไปเขย่าลูกกระเดือกไปด้วย จะเห็นว่ามันสั่นใช่ป่ะ มันจะเป็นลักษณะนี้ (อันนี้อธิบายให้เห็นภาพนะครับ อิอิ) แต่การฝึกไม่ใช่ร้องไปเขย่าลูกกระเดือกไปนะ 555

      เอาแบบง่ายๆ
      ให้ออกเสียง เอ.เฮ่.เอ.เฮ่.เอ... สลับไปเรื่อยๆ เริ่มจากช้าๆ แล้วเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเร็วที่สุด ถ้ายังไม่เข้าใจให้เข้าไปดูวีดีโอ ครูแพม สอนลูกคอ vibrato http://www.youtube.com/watch?v=CmGJ2Bf70R4

      ลบ
    2. อ๋อ ใช่ๆๆ ครับ ลูกคอ ผมก็พอดูมาบ้าง เค้าบอกว่า ให้ออกเสียง โน๊ต2 ตัว เพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ แต่จะทำให้มัน สมบูรณ์เนี่ย ยากเหลือเกินครับ T T

      ลบ
  34. ไม่ระบุชื่อ19 มีนาคม 2556 20:32

    ขอบคุณสำหรับเทคนิคดีๆในการร้องเพลง บางครั้งผมฝึกร้อนจนเสียงแห้งหมดเลย เจ็บคอด้วยยิ่งถ้าคีย์สูงๆ เพลงแต่ละเพลงกว่าจะร้องออกมาได้เพาะก็ต้องซ้อมหลายรอบหน่อย พอดีผมมีตัวช่วย ใช้ฉีดพ่น รสชาติดีมาก เป็นสารสกัดจากผึ้ง ชื่อโพรพอลิซ เมาส์ สเปรย์ เป็นรสมินติ์ พกพาสะดวกใช้งานง่าย เวลาร้องแล้วเริ่มเจ็บคอก้ฉีดได้เลย ได้บ่อยตามที่ต้องการด้วย ดีมากเลยครับ

    ตอบลบ
  35. ไม่ระบุชื่อ5 เมษายน 2556 20:57

    ขอบคุณมากนะคะ

    ตอบลบ
  36. ไม่ระบุชื่อ13 เมษายน 2556 21:26

    ทำอย่างไร จะไม่ให้เสียงแหลมเกินไปคะ

    ตอบลบ
  37. ไม่ระบุชื่อ23 กันยายน 2556 14:57

    ร้องเพลงเดียวก็เหนื่อยแล้ว เพราะชอบลากเสียงไว้ยาวๆ แล้วเล่นลูกคอตอนปลายเสียง แก้ยังไงครับ

    แล้วเวลาขึ้นสูงบางครั้งเสียงหายไปเลย หรือไม่ก็คุมไม่ได้กลายเป็นเสียงแหลมเกินเหตุ เกิจจากอะไรครับ

    ตอบลบ
  38. ไม่ระบุชื่อ23 ตุลาคม 2556 14:23

    ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ บทความนี้มีประโยชน์มาก ๆ

    ตอบลบ
  39. เวลาเราร้องเพลงตามเพลงที่เราชอบ บางเพลงคีย์สูงเกินไป เราโหนไม่ถึง ซึ่งเราก็ไม่อยากจะให้คอเราพัง แต่เราไม่มีเครื่องเล่นคาราโอเกะ ไม่มีอุปกรณ์อะไรที่จะช่วยลดคีย์เพลงนั้นลงมา ควรจะฝึกยังไงครับ เพราะรู้สึกว่าตัวเองร้องพอได้แล้ว จังหวะการหายใจต่างๆ ค่อนข้างแบ่งวรรคตอนได้ตรงกับเพลงแล้ว (บางเพลงไม่ต้องนั่งแบ่งวรรคก่อนร้อง แต่สามารถแบ่งท่อนหายใจได้โอเคแล้ว) ติดก็ตรงคีย์บางเพลงสูงเกินไป ไม่สามารถร้องได้ถึง แบบนี้ควรทำยังไงดีครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เพลงเดียวกันคนนึงร้องได้ แต่อีกคนร้องไม่ถึงคีย์เพราะคีย์สูงเกิน/ต่ำเกิน เกินจากคนเรามีเร้นจ์ของเสียงที่แตกต่างกัน บางคนก็มีเร้นจ์เสียงที่กว้างมากทำให้สามารถร้องเพลงในคีย์ที่ต่ำสุดๆ/สูงๆได้

      สิ่งที่จะช่วยในการขยายเร้นจ์เสียงได้ คือการฝึกไล่สเกลครับ (โด เร มี...) ฝึกลงให้ต่ำ ขึ้นให้สูง เอาเท่าที่เราสามารถร้องได้แล้วค่อยขยับโน้ตขึ้นไปทีละตัว

      สู้ๆครับ

      ลบ
  40. ไม่ระบุชื่อ30 เมษายน 2557 19:23

    เปนประโยชน์มากเลย'ค๊าบ^^
    #ขอบคุนมากน๊าค๊าบ
    #แต่หัดครั่งแรกเจ็บคอมากเลยอะคับ
    #ต้องกินพวกน้ำมะนาวรึป่าวคับ?
    #จากKiat

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เจ็บแล้วอย่าฝืนนะครับ พักเสียงดื่มน้ำเปล่า งดใช้เสียงสักพัก

      ลบ
  41. ขอบคณมากเลยค่ะ มีประโยชน์มาก ตอนแรกกะว่าจะอ่านไม่หมดแต่พออ่านไปเรื่อยๆก็อยากจะอ่านให้จบๆเลยอะค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
    #ถ้าหัดไปแล้วเจ็บคอเราจะทำยังไงดีค่ะ
    #ฟ้า

    ตอบลบ
  42. ขอบคณมากเลยค่ะ มีประโยชน์มาก ตอนแรกกะว่าจะอ่านไม่หมดแต่พออ่านไปเรื่อยๆก็อยากจะอ่านให้จบๆเลยอะค่ะ ขอบคุณนะค่ะ
    #ถ้าหัดไปแล้วเจ็บคอเราจะทำยังไงดีค่ะ
    #ฟ้า

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. หากเกิดอาการเจ็บคอ ให้หยุดพักและดื่มน้ำเปล่า(ขอย้ำว่าน้ำเปล่า!อุณหภูิมปกติ ไม่เย็น/หรือ ตามที่แพทย์แนะนำน้ำเปล่าดีที่สุดครับ)

      การเจ็บคอเกิดจาก การใช้เสียงที่ยังไม่ถูกต้อง / การแพดเสียง ฝึกไล่สเกลให้ถึงโน้ตตัวนั้นให้ได้ครับ แล้วมาร้องจะง่ายขึ้นเยอะ

      ลบ
  43. ไม่ระบุชื่อ10 พฤษภาคม 2557 10:07

    ผมร้องเพลงแนว ป๊อบๆ โซล อะครับ เสียงฟังแล้วโอเคที่สุด แต่มีเกร้็งบ้่างบางที

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เข้าถึงอารมย์และความหมายในบทเพลง จะทำให้ร้องสบายๆ เพราะอารมย์จะพาคุณไปเอง

      ลบ
  44. ไม่ระบุชื่อ8 กุมภาพันธ์ 2558 19:50

    มีปัญหากับเสียงหลบ ใครมีวิธีฝึกบ้าง

    ตอบลบ
  45. ผมมีปัญหาเรื่องการร้องแต่เหมือนอารมณ์มันไม่มาอะครับพยายามแล้วพยายามสื่ออกไปแต่คนฟังเขาก็บอกเราไร้อารมณ์ในการร้องผมต้องการแก้เรื่องนี้มากเลยครับ

    ตอบลบ

เพิ่มความคิดเห็นของคุณได้ที่นี่ Comment here